วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา(มรรค)

ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่ ทางมีองค์ ๘ คือ 
  1. สัมมาทิฏฐิ          ความเห็นชอบ 
  2. สัมมาสังกัปปะ    ความดำริชอบ 
  3. สัมมาวาจา         วาจาชอบ 
  4. สัมมากัมมันตะ   การงานชอบ 
  5. สัมมาอาชีวะ      อาชีพชอบ 
  6. สัมมาวายามะ    เพียรพยายามชอบ 
  7. สัมมาสติ            สติชอบ 
  8. สัมมาสมาธิ        ตั้งใจชอบ 

     ถ้าปราศจากมรรคเหล่านี้เสียแล้ว ความดับทุกข์ก็มีขึ้นไม่ได้ มรรคจึงเป็นเหตุแห่งนิโรธ ทำนองเดียวกับที่สมุทัยเป็นเหตุแห่งทุกข์ มรรคกับสมุทัยจึงเป็นคู่ปรับของกันและกัน เหมือนโรคกับยาป้องกันและบำบัดโรค มรรคเพิ่มขึ้นมากท่าใด สมุทัยก็ลดลงเท่านั้น เมื่อมรรคร่วมตัวกันขึ้งถึงความเจริญสูงสุด สมุทัยก็ดับไปโดยสิ้นเชิง พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีทางอยู่ ๓ สาย คือ
1.    กามสุขัลลิกานุโยค เป็นทางสายที่ ๑ คือการประกอบตนให้ชุ่มอยู่ ด้วยกาม
2.    อัตตกิลมถานุโยค เป็นทางสายที่ ๒ คือการประกอบตนไว้ในความลำบากคือ การทรมานตนด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ปรารถนา
3.    มัชฌิมาปฏิปทา คืออริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางสายที่ ๓ คือเป็นทางสายกลางที่ควรดำเนิน
ทางสองสายข้างตนนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นทางเดินที่สุดโต่ง (อันตะ) ไม่ควรดำเนิน หากแต่มีเส้นทางอีกสายหนึ่งที่ไม่ข้องแวะกับเส้นทางสุดโต่งทั้งสองนั้น ที่ควรดำเนินกล่าวคือมัชฌิมาปฏิปทา คืออริยมรรคมีองค์ ๘ ดังพระพุทธดำรัสที่ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า

            ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ที่สุดสองอย่างอันบรรพชิตไม่ควรเสพคือการประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย เป็นธรรมอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตน เป็นความลำบากไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาสายกลางไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั้นนั่น ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด  ทำฌานให้เกิดย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
                                                                                                                                                    (จากหนังสือ วิถีไทยในพุทธปรัชญา ของ ผศ.ดร.ภาษิต สุขวรรณดี)

1 ความคิดเห็น: