ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่
ทางมีองค์ ๘ คือ
- สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
- สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ
- สัมมาวาจา วาจาชอบ
- สัมมากัมมันตะ การงานชอบ
- สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ
- สัมมาวายามะ เพียรพยายามชอบ
- สัมมาสติ สติชอบ
- สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ
ถ้าปราศจากมรรคเหล่านี้เสียแล้ว
ความดับทุกข์ก็มีขึ้นไม่ได้ มรรคจึงเป็นเหตุแห่งนิโรธ
ทำนองเดียวกับที่สมุทัยเป็นเหตุแห่งทุกข์ มรรคกับสมุทัยจึงเป็นคู่ปรับของกันและกัน
เหมือนโรคกับยาป้องกันและบำบัดโรค มรรคเพิ่มขึ้นมากท่าใด สมุทัยก็ลดลงเท่านั้น
เมื่อมรรคร่วมตัวกันขึ้งถึงความเจริญสูงสุด สมุทัยก็ดับไปโดยสิ้นเชิง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีทางอยู่ ๓ สาย คือ
1. กามสุขัลลิกานุโยค
เป็นทางสายที่ ๑ คือการประกอบตนให้ชุ่มอยู่ ด้วยกาม
2. อัตตกิลมถานุโยค เป็นทางสายที่
๒ คือการประกอบตนไว้ในความลำบากคือ การทรมานตนด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ปรารถนา
3. มัชฌิมาปฏิปทา
คืออริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางสายที่ ๓ คือเป็นทางสายกลางที่ควรดำเนิน
ทางสองสายข้างตนนั้น
พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นทางเดินที่สุดโต่ง (อันตะ) ไม่ควรดำเนิน
หากแต่มีเส้นทางอีกสายหนึ่งที่ไม่ข้องแวะกับเส้นทางสุดโต่งทั้งสองนั้น
ที่ควรดำเนินกล่าวคือมัชฌิมาปฏิปทา คืออริยมรรคมีองค์ ๘ ดังพระพุทธดำรัสที่ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ที่สุดสองอย่างอันบรรพชิตไม่ควรเสพคือการประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย
เป็นธรรมอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน
ไม่ใช่ของพระอริยะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตน
เป็นความลำบากไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาสายกลางไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั้นนั่น
ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด ทำฌานให้เกิดย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
(จากหนังสือ วิถีไทยในพุทธปรัชญา ของ ผศ.ดร.ภาษิต สุขวรรณดี)
(จากหนังสือ วิถีไทยในพุทธปรัชญา ของ ผศ.ดร.ภาษิต สุขวรรณดี)
ศักยภาพสร้างได้ เมื่อมีการเรียนรู้
ตอบลบ