วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ทุกขนิโรธ (ความดีบทุกข์)

       ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) ได้แก่ ดับตัณหา ความดิ้นรนทยานอยาก ทุกข์นั้นเป็นผลของสมุทัย ซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ เหมือนความเจ็บปวดบางอย่าง อันเกิดจากเชื้อโรค หมอให้ยาเพื่อไปกำจัดเชื้อโรค เมื่อเชื้อโรคหมดไป ความเจ็บปวดอันเป็นผลก็หมดไปด้วย พระพุทธองค์ทรงสอนให้สำรอกตัณหา ดับตัณหาไม่มีอาลัยในตัณหา เมื่อพ้นจากตัณหาได้ ไม่มีเหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ก็เกิดขึ้น เปรียบเหมือนความร้อนกับความเย็น เมื่อไม่มีเหตุแห่งความร้อน ความเย็นก็ปรากฏ ความดับทุกข์ย่อมเกิดขึ้นตามสัดส่วนแห่งตัณหาที่ละได้ นิโรธเป็นชื่อหนึ่งของนิพพาน นิโรธกับนิพพานจึงเป็นอย่างเดียวกัน เป็นไวพจน์ของกันและกัน การเรียนรู้นิโรธก็คือการพยายามเข้าถึงพระนิพพานนั้นเอง
          นิพพานอย่างโลก ๆ คือการสงบกระวนกระวายเสียได้ เพราะได้รับสิ่งสมปรารถนานั้น เป็นเรื่องของการตามใจตัวเอง แม้จะระงับไปก็จริง แต่เป็นเพียงชั่วคราวไม่นาน ก็จะเกิดความปรารถนาขึ้นมาใหม่ ความปรารถนานั้นจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกเพราะว่า มันมีเชื้อเดิมอยู่ก่อนแล้ว เหมือนไฟที่กำลังลุกไหม้เชื้อเพลิงอยู่ เชื้อที่ใส่ไปครั้งก่อน กำลังจะหมดไป ไฟก็ริบหรี่จวนเจียนจะดับ แต่เมื่อเราเติมเชื้อเพลิงเข้าไปใหม่ เปลวเพลิงก็ลุกโชติช่วงขึ้นเป็นเท่าทวีของครั้งก่อน ความสงบของใจที่ได้รับอารมณ์ หรือวัตถุที่สมปรารถนาก็เป็นอย่างเดียวกันกับไฟนี้ ยิ่งคนตามใจความอยาก ตามใจความปรารถนา เชื้อแห่งความปรารถนานั้นก็สั่งสมมากขึ้นเป็นลำดับและเผาลนตัวเองเป็นตลอดเวลา เหมือนไฟที่ได้รับเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นก็ลุกไหม้ลามเลียอยู่ ฉะนั้น

            เพราะความไม่รู้จริงว่า ชีวิตคืออะไร ? จุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร ? มนุษย์จึงเสียเวลาไปกับการแสวงหาสิ่งที่เกินจำเป็นเสียมากมาย สิ่งเหล่านั้นนอกจากไม่เป็นประโยชน์กับชีวิตแล้ว ยังเป็นตัวหนุนใจให้ตกหลุมพรางอยู่ในโลก ในสังสารวัฏอีกด้วย มันเป็นเหตุให้มีการแข่งขันแสวงหา และเบียดเบียนกัน 
               แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดำเนินชีวิตที่ง่ายที่สุด ไม่มีความสลับซับซ้อนอะไร ความสลับซับซ้อนของชีวิตเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวคนที่ต้องการชีวิตที่หรูหราจึงต้องทนรับความทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นผลสะท้อนที่มีต่อชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนความสงบซึ่งเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุดสำหรับชีวิต และไม่ต้องลุงในการแสวงหาเลย เพราะมันมีอยู่มากมายไม่ต้องแก่งแย่งกับใคร แต่มนุษย์กลับเมินเฉยต่อความสุขอันเกิดจากความสงบนั้น เราเพียงแต่ไม่ต้องการความวุ่นวาย ไม่ต้องการความหรูหรา ไม่ต้องการเกียรติ ที่ต้องแก่งแย่งกับผู้อื่น ความสงบก็มาเป็นสมบัติอันล้ำค่าของเราทันที และเราก็สามารถที่จะครอบครองความสุขนั้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น